ผิวแพ้ง่ายคืออะไร? เจาะลึกสาเหตุ พร้อมวิธีดูแลให้แข็งแรงขึ้น

เคยสงสัยไหมว่า ทำไมผิวของคนเราถึงแพ้หรือขาดความชุ่มชื้นได้ไม่เท่ากัน เป็นเพราะกรรมพันธุ์หรือเพราะเรายังดูแลผิวของตัวเองได้ไม่ดีเพียงพอ อาการแพ้มีสาเหตุมาจากอะไร และควรจะต้องดูแลผิวของเราอย่างไร มาทำความเข้าใจว่าผิวอ่อนแอเกิดจากอะไรได้บ้าง ผิวอ่อนแอใช้อะไรดีให้กลับมาแข็งแรงและมีสุขภาพดีอีกครั้ง Verite จะช่วยแนะนำแนวทางการดูแลตัวเอง พร้อมวิธีแก้แบบตรงจุด

ผิวอ่อนแอหรือผิวบอบบาง คืออะไร

สาเหตุที่ทำให้ผิวอ่อนแอเกิดจากความผิดปกติของเกราะป้องกันผิว ที่ทำหน้าที่รักษาความชุ่มชื้นและป้องกันสิ่งแปลกปลอม เมื่อเกราะป้องกันนี้ถูกทำลาย ผิวจะสูญเสียน้ำหรือเกิดความระคายเคืองได้ง่าย นำไปสู่อาการอักเสบหรืออาการแพ้ตามมา

ดังนั้น ผิวอ่อนแอจึงหมายถึงสภาพผิวที่ไวต่อสิ่งเร้าต่าง ๆ และมีโอกาสถูกทำร้ายได้ง่ายกว่าผิวปกติทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ การเปลี่ยนไปใช้สกินแคร์ตัวใหม่ การพบเจอกับมลภาวะเป็นพิษตลอดทั้งวัน หรือแม้แต่การล้างหน้าที่ไม่ถูกวิธี

ปัจจัยข้างต้นสามารถกระตุ้นให้เกิดอาการระคายเคืองได้ทันที ดังนั้น การมีผิวอ่อนแอแพ้ง่ายจึงถือเป็นจุดเริ่มต้นของทุกปัญหาผิว ลักษณะของผิวอ่อนแอ เช่น

  • ผิวแดงง่าย แค่ลูบที่ผิวเบา ๆ
  • รู้สึกแสบ คัน หรือมีผื่นเล็ก ๆ ขึ้น เมื่อสัมผัสกับอากาศหนาวหรือร้อนจัด
  • ผิวลอก แห้ง แตก หรือเป็นขุยบ่อย ๆ แม้จะพยายามทาครีมก็ยังไม่ดีขึ้น
  • มีสิวผดหรือผิวลอกเป็นขุยเวลาที่อากาศเปลี่ยน
  • ใช้ครีมหรือสกินแคร์ใหม่แล้วเกิดอาการระคายเคือง
  • แต่งหน้าไม่ติด หรือผิวดูหมองคล้ำง่าย

หากใครที่มีอาการเหล่านี้บ่อยครั้ง แสดงว่าผิวกำลังอยู่ในภาวะอ่อนแอ และควรได้รับการดูแลอย่างตรงจุด เพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาผิวสะสมจนกลายเป็นการอักเสบแบบเรื้อรัง

ปัจจัยที่ส่งผลให้ผิวอ่อนแอเกิดจากอะไรได้บ้าง

หลังจากทราบอาการที่บ่งบอกภาวะผิวอ่อนแอไปแล้ว สิ่งต่อมาคือจะต้องวิเคราะห์ปัญหาให้ลึกลงไปกว่าเดิม ว่าผิวหน้าอ่อนแอเกิดจากปัจจัยภายในหรือปัจจัยภายนอกอะไรบ้าง โดยสามารถแบ่งแยกรายละเอียดของปัจจัยได้ดังนี้

ปัจจัยภายนอก

  1. มลภาวะและฝุ่นควัน อนุภาคขนาดเล็กจากฝุ่นและมลพิษในอากาศ มีผลร้ายทำลายผิวได้มากกว่าที่คุณคิด การสัมผัสกับมลภาวะและฝุ่นควันจึงอาจส่งผลให้เกิดการอักเสบ แพ้ง่าย และเร่งให้ผิวเสื่อมไวขึ้น
  2. แสงแดดและรังสี UV แม้จะเจอแดดแค่วันละไม่กี่นาที แต่รังสี UV ก็อาจทำให้ผิวเกิดความระคายเคืองได้เช่นกัน โดยเฉพาะผิวที่อ่อนแออยู่แล้ว หากไม่มีการปกป้องผิวด้วยครีมกันแดดอย่างถูกวิธี จะยิ่งทำให้ผิวถูกทำลายลงไปเรื่อย ๆ
  3. อุณหภูมิเปลี่ยนแปลงฉับพลัน เช่น การเข้าออกห้องแอร์บ่อย ๆ หรือการเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลงของอากาศ อาจทำให้ผิวสูญเสียสมดุลความชุ่มชื้นได้ง่าย และทำให้ผิวมีโอกาสแพ้ได้มากขึ้น

ปัจจัยภายใน

  1. พันธุกรรม หากคนในครอบครัวมีปัญหาผิวแพ้ง่ายหรือเป็นโรคผิวหนังบางชนิด โอกาสที่คุณจะมีผิวอ่อนแอที่เกิดจากพันธุกรรมก็สูงตามไปด้วย
  2. ความเครียดสะสม ความเครียดทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล ซึ่งส่งผลให้เกิดการอักเสบภายในร่างกาย 
  3. นอนน้อย พักผ่อนไม่เพียงพอ ช่วงเวลาที่ผิวจะได้ฟื้นตัวดีที่สุดคือช่วงเวลากลางคืน แต่หากใครนอนดึกเป็นประจำหรือพักผ่อนไม่เพียงพอ อาจทำให้เซลล์ผิวซ่อมแซมตัวเองไม่ทัน ผิวจึงอ่อนแอลงเรื่อย ๆ และเป็นต้นเหตุของปัญหาอื่น ๆ อีกมากมาย
  4. ฮอร์โมนแปรปรวน ผิวอ่อนแอเกิดจากการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะในช่วงมีประจำเดือนหรือกำลังตั้งครรภ์ รวมถึงผู้ที่รับประทานยาคุมกำเนิด ซึ่งการที่ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลงจะทำให้ผิวไวต่อสิ่งกระตุ้นได้ง่ายกว่าปกติ
  5. โภชนาการไม่สมดุล การขาดวิตามินเอ, วิตามินซี, วิตามินอี หรือกรดไขมันจำเป็นอย่างโอเมก้า 3 มีผลต่อโครงสร้างผิวโดยตรง ดังนั้น หากร่างกายขาดสารอาหารเหล่านี้ จึงมีโอกาสที่ผิวจะอักเสบได้มากกว่าปกติ
  6. ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ไม่เหมาะสม สาเหตุผิวอ่อนแออาจเกิดจากการเลือกใช้สกินแคร์ที่มีสารระคายเคือง เช่น แอลกอฮอล์ พาราเบน น้ำหอม หรือกรดเข้มข้น ซึ่งอาจทำให้ผิวอักเสบ แห้ง หรือระคายเคืองได้ทันทีที่ใช้

วิธีการบำรุงและดูแลผิวอ่อนแอแพ้ง่าย 

เมื่อรู้แล้วว่าผิวอ่อนแอเกิดจากปัจจัยอะไร ก็ต้องพยายามปิดช่องว่างนั้น ๆ และหาทางดูแลผิวอย่างถูกวิธี ซึ่งต้องทำให้ได้อย่างสม่ำเสมอ แนวทางต่อไปนี้จะช่วยเสริมความแข็งแรงให้ผิวกลับมาสุขภาพดีได้อีกครั้ง

1. ปรับอาหารการกิน

การดื่มน้ำเป็นส่วนสำคัญในการดูแลสุขภาพผิว ดังนั้น จึงควรดื่มน้ำให้ได้วันละ 1.5-2 ลิตร นอกจากนี้ การหลีกเลี่ยงอาหารทอด อาหารหวาน และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แล้วหันมารับประทานผัก ผลไม้ และปลาทะเลที่มีไขมันดี มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ก็มีส่วนช่วยลดการอักเสบและช่วยซ่อมแซมผิวได้เช่นกัน

2. ปรับการนอนหลับ

การนอนหลับที่ไม่เพียงพอจะทำให้ตื่นมาพร้อมกับความไม่สดชื่น และมีใบหน้าหมองคล้ำ ดังนั้น จึงควรให้ความสำคัญกับคุณภาพการนอน เพราะเป็นช่วงเวลาที่ผิวจะได้พักฟื้นอย่างเต็มที่

3. เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนเพื่อเสริมเกราะป้องกันผิว

วิธีการบำรุงผิวอีกหนึ่งวิธีคือการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเสริมเกราะป้องกันให้แก่ผิว (Skin Barrier) เช่น Skin Barrier Cleansing Gel 

ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าเนื้อเจลสูตรอ่อนโยน ที่ช่วยดีท็อกซ์ผิวด้วยน้ำแร่ เผยผิวสุขภาพดี อ่อนเยาว์ และเนียนนุ่มน่าสัมผัส

  • ดีท็อกซ์ผิวด้วยน้ำแร่ Earth Marine Water จากประเทศฝรั่งเศส
  • เติมความชุ่มชื้นให้แก่ผิวด้วยคุณค่าจาก CERAMIDE 3 ชนิด และ HYA 8 ชนิด
  • pH 5.5 ไม่ทำลายเกราะป้องกันผิว
  • ช่วยให้ผิวอิ่มน้ำ ป้องกันผิวสูญเสียความชุ่มชื้นในขณะล้างหน้า
  • ไร้สารระคายเคือง เหมาะสำหรับผิวแห้ง แพ้ง่าย

4. เพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว

อีกหนึ่งการดูแลผิวที่ลืมไม่ได้ คือ การบำรุงผิวด้วยมอยส์เจอไรเซอร์ ที่ช่วยเติมน้ำและล็อกความชุ่มชื้น 

VERI: MOIST AQUAFLOW SERUM 

เซรั่มสูตรอ่อนโยนสำหรับเติมน้ำให้ผิวหลังล้างหน้า ถูกพัฒนาเพื่อเติมความชุ่มชื้นให้ผิวอย่างล้ำลึก และช่วยบำรุงผิวที่อ่อนแอให้กลับมาแข็งแรงได้อีกครั้ง

  • อัดแน่นไปด้วย Aquaporin ช่วยเสริมสร้างปราการผิว ลดการสูญเสียน้ำได้ถึง 2 เท่า 
  • เติมเต็มความชุ่มชื้นผิวอย่างล้ำลึกด้วยสารสกัด Hya 15 ขนาดโมเลกุล
  • มี Niacinamide และ β-Glucan ที่คอยช่วยบำรุงผิวที่อ่อนแอ ให้กลับมาแข็งแรง 
  • ผิวดูเรียบเนียนขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ หลังใช้ไปแล้ว 2 สัปดาห์ ด้วยคุณสมบัติของสารสกัด Full Mois

VERI: MOIST AQUALOCK HYDROGEL 

ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวสูตรอ่อนโยนที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุหลายชนิด เหมาะสำหรับคนผิวแห้งหรือผิวแพ้ง่าย 

  • ให้ผิวอิ่มฟู เรียบเนียนใน 7 วัน คงความฉ่ำยาวนานแม้หยุดใช้ ด้วยสารสกัด Hydrasensyl Glucan Green
  • Panthenol สารกักเก็บความชุ่มชื้นที่ดี ช่วยเสริมเกราะให้กับผิวเพื่อป้องกันการสูญเสียน้ำ
  • PatcH2O ที่ให้คุณสมบัติในการปกป้องผิวจาก UV และ PM 2.5 เพื่อสุขภาพผิวที่สมบูรณ์แบบ
  • Skinmimics หรือ Ceramide Complex พัฒนาขึ้นจากโครงสร้างผิว ทำหน้าที่เสริมเกราะป้องกันผิวและฟื้นฟูผิวจากความแห้งกร้าน 

5. ทาครีมกันแดดเป็นประจำ

ผิวที่อ่อนแออาจเกิดจากการสะสมของรังสี UV ได้ แม้ในวันที่ไม่ออกจากบ้านหรือวันที่ดูเหมือนไม่มีแดด รังสี UV ก็ยังคงเล็ดลอดเข้ามาทำร้ายผิวของเราได้โดยไม่รู้ตัว ดังนั้น การทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกวันจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดริ้วรอยหรือปัญหาผิวในระยะยาว

สรุป

การรู้จักตรวจสอบสัญญาณว่าผิวอ่อนแอแค่ไหน และหาวิธีปกป้องสิ่งกระตุ้นรอบตัวอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยภายในและภายนอก จะช่วยให้คุณจัดการกับทุกปัญหาผิวได้อย่างอยู่หมัด นอกจากนี้ การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีความสามารถในการช่วยปลอบประโลมผิว และเป็นเกราะป้องกันผิวที่ดี ก็จะช่วยให้ผิวกลับมาแข็งแรง และดูดีขึ้นได้ในระยะยาว

Recommended Posts